‘วัคซีนไข้เลือดออก’ จุดเปลี่ยนระบบสุขภาพ

เป็นเวลาเกือบ 60 ปี หลังจากค้นพบไข้เลือดออกเป็นครั้งแรก ในไทย แม้จะมีแนวทางป้องกันและมาตรการควบคุมพาหะนำโรคมาโดยตลอด แต่การระบาดของโรคยังคงเกิดขึ้น กระทั่งมี การอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก จึงนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการป้องกันไข้เลือดออกแบบองค์รวม

รศ.นพ.ประตาป สิงหศิวานนท์ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจะลดลง เนื่องจากเทคโนโลยีการรักษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่กลับพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ อีกทั้งมีงานวิจัยบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการก็มีจำนวนสูงมาก หรือประมาณ 3 เท่าของ ผู้ป่วยที่มีอาการ ที่สำคัญและน่าเป็นห่วงคือ กลุ่มนี้สามารถแพร่เชื้อผ่านยุงลายไปยังผู้อื่น ได้มากกว่า 10 เท่า ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับการป้องกันในระดับสาธารณสุขของประเทศ ในแง่ของผลกระทบด้านเศรษฐกิจนั้นประเทศไทยสูญเสียเงินไปกับภาระค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลโรคไข้เลือดออกถึง 290 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซียนพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุลรองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเป็น เครื่องมือป้องกันการระบาดสำหรับประชาชนนั้น กรมควบคุมโรคยังต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยใช้ข้อมูลความชุกต่อการ ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ในประชากรไทยกลุ่มต่างๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้ว มาประกอบการพิจารณาเพื่อหากลุ่มอายุที่เหมาะสมในการให้บริการวัคซีน รวมถึงยังต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในภาพรวมของประเทศ และผลกระทบเชิงงบประมาณที่จะเกิดขึ้นเมื่อนำวัคซีนมาใช้ด้วย โดยขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลดังกล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth