‘กยท.’ ทำ MOU ร่วมกับ 5 โบรกเกอร์ เป้าหมายเพื่อยกระดับราคายางพารา

กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจยางพารา 3 ราย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทตัวแทน หรือโบรกเกอร์ 5 รายใหญ่ สนับสนุนการซื้อขาย และส่งมอบสินค้าที่อ้างอิงกับยางแผ่นรมควันชั้น 3 โดยความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนในการรับและส่งมอบยางพารา หลังยุบรวมตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือ AFET กับ TFEX ซึ่งปัจจุบันมีการซื้อขายสัญญายางแผ่นรมควันล่วงหน้าประมาณ 500 สัญญา

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า นับเป็นจุดเริ่มต้นผลักดันราคายางพาราของไทยให้เป็นราคายางที่อ้างอิงได้ในระดับสากล หลังร่วมกับมาเลเชียและอินโดนีเซีย จัดตั้งตลาด ยางพาราระดับภูมิภาค หรือ (Regional Rubber Market : อาร์อาร์เอ็ม) พร้อมเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาการซื้อขายยางพาราในระดับภูมิภาค เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ตามราคาอ้างอิงในตลาด TFEX เพื่อผลักดันราคายางพาราของไทย ให้เป็นราคาอ้างอิงสากล และสร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

สำหรับสถานการณ์ราคายางพาราในขณะนี้ ปรับตัวดีขึ้น อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 48 – 49 บาท เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูปิดกรีดยาง ประกอบกับมาตรการลดการส่งออกของ 3 ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ 3 เดือน ส่งผลให้แนวโน้มราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

ส่วนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีแนวคิดหยุดกรีดยาง 3 ล้านไร่ เพื่อลดปริมาณยางพาราในระบบนั้น ยังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้